ลืมขายถัวเฉลี่ย (DCA) หรือเปล่า

DCA (Dollar Cost Average) หมายถึง การซื้อถัวเฉลี่ยในทุกสภาวะตลาด เน้นวินัยที่เข้าซื้อทุกช่วงเวลาที่กำหนดอย่างเป็นระเบียบ เช่นการแบ่งเงินเดือนจำนวน 20% เพื่อเข้าไปซื้อหุ้นสักตัวนึงหรือสินทรัพย์สักอย่างนึง ทำให้เรามีสินทรัพย์เพื่อขึ้นเพราะเราซื้อเข้ามาเพิ่มตลอด และทำให้ราคาที่ได้จากการซื้อขายสินทรัพย์เป็นราคาที่ค่อนข้างดีสำหรับมือใหม่หรือคนที่ไม่ได้ว่างพอที่จะดูกราฟทุกวัน

DCA ที่เกิดขึ้นจริง

หลายคนในโลกคิดว่าการ DCA คือการที่เราซื้อสินทรัพย์เข้าไปเรื่อยๆ เป็นการออมหุ้นแทนการออมเงิน เพราะเราอยู่ในโลกของเงินเฟ้อ เงินจะเสื่อมค่าลงเรื่อย ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าแบ่งมาลงทุนแล้วมูลค่าของหุ้นวิ่งแซงเงินเฟ้อ นั่นแหละคือสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ แท้จริงแล้ว เราซื้อสินทรัพย์หรือเราซื้อขยะ เพราะราคาอนาคตอาจจะไม่ได้ขึ้นจากราคาเฉลี่ยที่นักลงทุนซื้อได้ก็ได้ 
แต่สิ่งที่ทุกคนทำคือ ซื้อเท่านั้น ซื้อไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะขึ้นไป เหมือนการกระโดดเข้าไปในสนามรบ แต่ไม่ได้คิดแผ่นที่จะหนีออกมาจากสนามรบ ถ้ารบไม่ชนะหรือเริ่มเสียเปรียบคุณควรจะถอยบ้างนะ ดังนั้นการ DCA ที่หลายคนควรจะต้องฝึกคือ “DCA ขาย” เราเข้าตลาดนี้มาเพื่ออะไร ส่วนมากเข้ามาเพื่อเก็งกำไร อีกกลุ่มเข้ามาเพราะต้องการถือสินทรัพย์นี้เพิ่ม

DCA เพิ่มสินทรัพย์ แล้วทำไมไม่ขายแพงไปซื้อถูก

เราซื้อไปแล้ว แล้วเราขายเมื่อไหร่ ทุกคนที่ DCA ส่วนมากจะมองแค่ต้นทุนเฉลี่ยเท่านั้น ถ้าคุณต้องการสินทรัพย์เพิ่ม คุณควรจะขายออกมาบ้าง ไม่ใช่เอาเงินใหม่เข้าไปเรื่อยๆ เพราะเราต้องสร้างเงินจากมันเพื่อต่อยอดด้วยเช่นกัน บางคนที่คิดว่าเราออมสินทรัพย์จะถือมันจนตายหรือจนกว่าสินทรัพย์นั้นจะตายไป โดยไม่มีแผนจะขายออกมา ซึ่งตรงนี้นับว่าไม่ถูกนับ เพราะในยุคที่กิจการที่เราถือครองพร้อมที่จะโดน Disrupt ได้ตลอดเวลา ทำให้เราต้องกลับมาคิดแล้วว่า สิ่งที่เราถือหรือซื้อเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ อนาคตธุรกิจมันจะตายไหม

DCA เพิ่มเงิน รอปันผล อยากได้เงิน แล้วทำไมไม่ขาย

หลังจากซื้อสินทรัพย์แบบ DCA ไปแล้วเราได้สินทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน แต่หากคุณเข้ามาในสนามรบนี้เพราะอยากได้เงินเพิ่ม การซื้อแบบ DCA เหมือนคุณส่งทหารเข้ามาเพิ่มในกองทัพตลอดเวลา ทำให้คุณมีสินทรัพย์เยอะมาก หากมองในเรื่องของปันผล คุณได้ปันผลในแต่ละปีมาเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์เพียงเท่านั้น ส่วนมากปันผลไม่เกิน 10% เฉลี่ยแล้วราว 2-4% เท่านั้น 
ดังนั้น (1) เราหากมีโอกาสในสินทรัพย์อื่นที่ดีกว่าควรจะขายออกมาถือเงินสดบ้าง หรือ (2) สินทรัพย์นี้ดีแต่ราคาแพงไปแล้ว ขายไปก่อนแล้วค่อยกลับมาซื้อใหม่ก็ได้ เพราะหากราคาแพง มันมีโอกาสที่ราคาจะลดลงได้มากกว่าที่จะขึ้น การขายออกมาก่อนเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

DCA หน้าตาเป็นยังไง

เหมือนกับโรงหนังที่เราซื้อบัตรแจกให้คนเดินเข้าไปเรื่อยๆ จนคนเต็มโรง แต่พอไฟไหม้ เราจะพบว่าทางออกกว้างพอแค่คนสองคนมองออกไปเสมอ ดังนั้นการเข้าที่กว้างเพียง1เมตรเศษในภาวะปกติเพียงพอแต่การที่คนจะเดินเข้าไป แต่ทางออกที่กว้างเท่าๆกันนั้นไม่เพียงพอในภาวะที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างขึ้นเช่น ไฟไหม้โรงหนัง

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of